google.com, pub-1320105432785986, DIRECT, f08c47fec0942fa0

ครีมเทียม

เมื่อดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มประเภทที่ต้องเติมนม เช่น ชานม ชานมไข่มุก ที่เด็ก ๆ และหนุ่มสาวชอบกัน ก็ให้เลือกซื้อจากร้านที่ใช้นมจริง ๆ  เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่ม แทนการใช้ครีมเทียมที่จะเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายในระยะยาว  

เติมนมในชา ภาพโดย Alex Boyd

ครีมเทียม เป็นผลิตภัณฑ์เลียนแบบครีมจากน้ำนมธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีราคาถูก สะดวกในการใช้ และเก็บได้นาน ทั้งยังนำมาเป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปวางขายกันอย่างมากมาย เครื่องดื่มเหล่านี้ได้กลายเป็นสิ่งที่ต้องบริโภคกันเป็นประจำทุกวัน จึงทำให้สารต่าง ๆ จากครีมเทียมเพิ่มพูนเข้าร่างกายอย่างต่อเนื่อง  

ชาร้อนในการคั้นเวลาของวัน ภาพโดย Carli Jeen

ครีมเทียม มีส่วนประกอบหลักเป็นไขมัน โปรตีน และน้ำตาล ซึ่งมักจะเป็นน้ำเชื่อมข้าวโพดมีน้ำตาลฟรุกโตสสูง ทำเลียนแบบครีมแท้โดยการนำส่วนประกอบเหล่านี้มาผสมรวมกับน้ำ โดยต้องมีสารประกอบอื่นอีกในการทำส่วนผสมหลักดังกล่าว คือการใช้สารอิมัลซิไฟเออร์ มาลดความตึงผิวของของเหลวทำให้มีความคงตัว ที่นิยมใช้คือมอโนกลีเซอร์ไรด์รวมกับพอลิซอร์เบต 60 เพื่อช่วยให้ไขมันและส่วนประกอบอื่น ๆ รวมตัวกันได้ดี และยังมีการใช้สารแต่งกลิ่นรสนม แล้วจึงนำไปทำให้แห้งเป็นผงละเอียด โดยใช้สารป้องกันการเกาะตัวเป็นก้อนของโปรตีนนม นั้นคือโซเดียมเคซิเนตหรือเคซีน  ซึ่งเป็นสารที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ด้วยภาวะภูมิต้านทานต่ำ

น้ำมันเป็นส่วนประกอบหลักในการทำครีมเทียม ภาพโดย Susan Wilkinson

ไขมันจากปาล์มเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุด เพื่อให้ความมัน ส่วนโปรตีนจะช่วยเสริมไขมันให้ครีมเทียมมีสีขาว เมื่อนำครีมเทียมมากระจายตัวในน้ำ จะให้ความข้นได้เนื้อสัมผัสที่ดีนั้นเอง เรียกว่าถึงพร้อมสรรพด้วยความหวานมัน มีกลิ่นหอม และรูปลักษณ์ที่ขาวสะอาดน่ารับประทานอีกด้วย

ด้วยผ่านการผลิตหลายขั้นตอน ไขมันในครีมเทียมจึงจัดเป็นไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันตัวร้ายที่อาจก่อให้เกิดสภาวะที่ผิดปกติกับร่างกายคือ ทำให้ร่างกายมีน้ำหนักและไขมันส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น มีภาวะการทำงานของตับที่ผิดปกติ มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด

เครื่องดื่มเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน ภาพโดย Christian Battaglia

มีคนไทยจำนวนมากที่ป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดถึง 432,943 คน จากสถิติล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข ที่เปิดเผย ณ วันที่ 16 กันยายน 2561 มีอัตราการตายถึง 20,855 คน ต่อปี หรือ ชั่วโมงละ 2 คน อ้างอิงจาก ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข พบว่า มีอัตราการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ 1 คน ต่อประชากร 100,000 คน ในปี พ.ศ. 2555 – 2559 ซึ่งมีจำนวนมากกว่าคนตายเพราะโรคระบาดโควิดที่ว่าร้ายแรงอีกด้วย

น้ำตาลในครีมเทียมนั้นใช้น้ำตาลเชิงเดี่ยว ส่วนใหญ่จะใช้น้ำเชื่อมข้าวโพดมีน้ำตาลฟรุกโตสสูง เพราะราคาถูก นำมาใช้กันมากในอุตสาหกรรมอาหาร น้ำตาลจะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดมีสภาวะเป็นกรดมากเกินไป ร่างกายมีภาวะไม่สมดุล จึงมีการดึงแร่ธาตุจากส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกายมาแก้ไขความไม่สมดุล ทั้งยังทำให้เกิดไขมันสะสม น้ำตาลจะถูกเก็บไว้ที่ตับในรูปของไกลโคเจน ที่หากมีจำนวนอย่างสมดุลก็เป็นประโยชน์ในการสลายออกมาเป็นพลังงาน

ความสุขเวลาดื่ม ควรคำนึงถึงสุขภาพด้วย ภาพโดย Verena Yunita Yapi

หากตับมีไกลโคเจนมากเกินไปก็จะทำลายสุขภาพตับ เช่นเดียวกับการดื่มสุรา และตับจะส่งไกลโคเจนส่วนเกินต่อเข้ากระแสเลือด ทั้งเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน แล้วสะสมไว้ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น สะโพก ก้น ขาอ่อน หน้าท้อง และหากกินน้ำตาลเกินอย่างต่อเนื่อง จะเกิดกรสะสมกรดไขมันในอวัยวะภายในอื่น ๆ เช่น หัวใจ ตับ ในหลอดเลือด และไต ซึ่งจะทำให้ร่างกายผิดปกติได้ เช่น  ความดันโลหิตสูงขึ้น อาจเกิดสิว ผื่น แผลพุพอง ตกกระ ริดสีดวง ไมเกรน เบาหวาน วัณโรค โรคหัวใจ มะเร็งตับ ทั้งยังเสี่ยงต่อโรคติดเชื้ออีกด้วย

กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ภาพโดย Gaelle Marcel

ครีมเทียมนอกจากไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแล้ว ยังทำให้ร่างกายเราลดการดูดซึมของสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากในกาแฟน้อยลงราว 30% และดูดซึมได้ช้าลงด้วย จึงเป็นการลดคุณประโยชน์จากการดื่มกาแฟ จึงควรเปลี่ยนเป็นมาดื่มกาแฟดำ ถ้าใส่นมก็ควรเป็นนมวัวไขมันต่ำ หรือนมถั่วเหลืองรสจืด ทำให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

มาปรับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มโดยงดใช้ครีมเทียม ก่อนที่โรคร้ายทั้งหลายจะมารุมเร้า จนต้องแก่เกินวัยและตายเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ลด ละ เลิก ในสิ่งเราทราบว่าเป็นโทษ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขใจต่อไปนาน ๆ กันเถอะ